แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่า ไตเสื่อม
อ้อมมี คำตอบค่ะ

นอกจากโรคยอดฮิต อาทิ
เบาหวาน ความดัน 
ที่ส่งผลให้ไตทำงานหนัก
จนค่อยๆ เสื่อมลง จนไตเสื่อม ในที่สุด
และ อีกอย่างที่สำคัญก็คือ
อาหาร กับ ประโยคยอดฮิต
ที่หลายคนเคยได้ยินมาว่า
 

“อย่ากินเค็มมาก
เดี๋ยวเป็นโรคไต”

ซึ่งเป็นประโยคที่
ได้ยินกันมานาน
และได้ยินบ่อยๆ
เมื่อเรานั่งทานอาหารโต๊ะเดียวกัน
ซึ่งการทานรสเค็มมากๆ
เป็นสาเหตุสำคัญของ ไตเสื่อม
อย่างที่ทุกคนเข้าใจกันนั่นเลยค่ะ
ซึ่งคนส่วนมากชอบสาดพริกน้ำปลาไม่ยั้ง
ยำรสจัดๆ ส้มตำ ลาบน้ำตก
หลายคนบอกของชอบสุดๆ
ไปๆ มาๆ ตรวจสุขภาพประจำปีกันที
รู้ตัวอีกทีก็ ไตก็เสื่อมแล้ว
หรือมีความเสี่ยงที่จะ ไตจะเสื่อมแล้ว

และเมื่อไตเสื่อมแล้ว
นอกจากต้องลดเค็มแล้ว
ยังต้องเลือกทาน และ
ควบคุมอาหารกลุ่มที่มีโพแทสเซียมสูง
ฟอสฟอรัสสูง โซเดียมสูง
และ เลือกทานผัก ผลไม้อีกด้วย
เพื่อช่วยลดของเสีย
และไม่ทำให้อาการของไต
กำเริบมากยิ่งขึ้นด้วย
เพราะอะไร และ
อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
ที่คุณควรเลี่ยง
มีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

อ้อมมีข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อ ดูแลผู้ป่วยไตเสื่อม
แนะนำไว้ด้านล่างนี้ค่ะ
สิ่งสำคัญที่ต้องดูแล คือ
ผัก ผลไม้ ผู้ป่วยไตเสื่อม ควรดูแล
เลือกทานให้เหมาะสม

อ้อมมี ผัก ผลไม้ ที่ผู้ป่วยไตเสื่อม
กินได้ ปลอดภัย ชลอไตเสื่อม
มาฝาก
รับชมได้ที่วีดีโอ ด้านล่างค่ะ

“ผลลัพธ์ในภาพและวีดิโอเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคลแต่ละคนอาจแตกต่างกัน”

อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
ที่คุณควรเลี่ยง
อยู่ในผัก ผลไม้ เป็นหลัก
เมื่อไตเสื่อมแล้ว
ทำไมต้องเลี่ยงอาหาร
ที่มีโพแทสเซียม?

ซึ่ง โพแทสเซียม
จัดเป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง
ที่ช่วยควบคุมการทำงาน
ของกล้ามเนื้อในร่างกาย
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ
และระบบประสาทต่างๆ
ในร่างกายด้วย

ส่วนไต มีหน้าที่
กรองเอาสารอาหาร
ที่มีประโยชน์กลับขึ้นไป
ดูแลร่างกาย
โดยผ่านกระแสเลือด
และแยกเอาสารอาหาร
ที่เกินความจำเป็นออกไปจากร่างกาย
โดยขับออกทางปัสสาวะ

เมื่อไตเสื่อม ไตก็จะกรอง
เอาโพแทสเซียมออกจากร่างกาย
ได้น้อยลง
ดังนั้นผู้ป่วย ไตเสื่อม
ควรจำกัดการทานอาหาร
กลุ่มที่มีโพแทสเซียมสูง
เพื่อไม่ให้สูงเกินไปนั่นเอง

และเมื่อมีโพแทสเซียมสูง
จะส่งผลต่อร่างกาย
ผู้ป่วยไตเสื่อมอย่างไรบ้าง?

เมื่อร่างกายมีปริมาณ
โพแทสเซียมสูงเกินไป
ส่งผลทำให้มีอาการ

อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เหนื่อยหอบ ใจสั่น
เป็นตะคริว ชีพจรเต้นช้าลง
ไปจนถึงหัวใจหยุดเต้นได้เลยทีเดียวค่ะ

ผู้ป่วย ไตเสื่อม ห้ามทานอาหาร
ที่มีโพแทสเซียมสูง?

จะไม่ทานเลยก็ไม่ได้
เพราะอย่างไรก็ตาม
โพแทสเซียมยังมีประโยชน์
กับผู้ป่วยไตเสื่อมอยู่บ้าง
เพราะโพแทสเซียม
ช่วยลดอาการบวมน้ำ
ในร่างกายของผู้ป่วย และ
ยังช่วยปรับสมดุลน้ำ
ในร่างกายให้เป็นปกติ
และ ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกาย
เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวอีกด้วย

และ อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
ที่ผู้ป่วย ไตเสื่อมควรหลีกเลี่ยง
ได้แก่ ผักสด โดยเฉพาะผักสีเข้มๆ
นม ไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมัน
ถั่วต่างๆ รวมถึงธัญพืช ด้วย

ตัวอย่าง อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
เช่น ลูกพรุนอบแห้ง ลูกเกด
ผงโกโก้ อินทผาลัม ปลาแซลมอน
เมล็ดทานตะวัน ผักโขมสด 
ส้ม เห็ด และ กล้วย (ทุกชนิด)

และมีอะไรบ้างที่ผู้ป่วยโรคไต
สามารถทานได้
นั่นก็คืออาหารที่มีโพแทสเซียมต่ำ
เช่น ผักผลไม้ที่มีสีซีดๆ
เช่น แอปเปิ้ลเขียว องุ่นเขียว
ชมพู่ แตงโม เห็ดหูหนูขาว
ฟักเขียว บวบเหลี่ยม ผักกาดขาว
กะหล่ำปลี แตงกวา
(ปลอกเปลือก และคว้านเม็ดออก)

เพื่อความสมดุลก็สามารถ
ทานสลับ ระหว่างอาหาร
ที่มีโพแทสเซียมสูง และ ต่ำ
เพื่อรักษาสมดุลของโพแทสเซียม
ในร่างกายได้เช่นเดียวกัน

หากผู้ป่วยไตเสื่อม
มีอาการ เหนื่อยง่าย ใจสั่น
ชีพจรเต้าช้าลง เป็นตะคริว
แสดงว่าคุณมีค่า โพแทสเซียม
ในเลือดสูง ควรดูแลอย่างไร
คลิปนี้มีคำตอบค่ะ


“ผลลัพธ์ในภาพและวีดิโอเป็นประสบการณ์
เฉพาะบุคคลแต่ละคนอาจแตกต่างกัน”

***เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อลดปริมาณโพแทสเซียมในผัก คือ การลวกในน้ำร้อนก่อนทาน หรือนึ่งให้สุกก่อนทาน จะช่วยลดปริมาณโพแทสเซียมได้ถึง 20-30% ค่ะ

ข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วย โรคไต
ที่ตรวจพบปริมาณ
โพแทสเซียมในเลือดสูงผิดปกติ
ควรทานแต่ผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ
และงดผลไม้ทุกชนิด
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์

=======================================

ฟอสฟอรัส
สำคัญกับผู้ป่วย
โรคไต อย่างไร?

“ผลลัพธ์ในภาพและวีดิโอเป็นประสบการณ์
เฉพาะบุคคลแต่ละคนอาจแตกต่างกัน”

หน้าที่ของ ฟอสฟอรัส
กระตุ้นการหดตัวคลายตัว
ของกล้ามเนื้อต่างๆ และ
กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท

หลังจากร่างกายดูดซึม
สารอาหารไปแล้วจะมีเหลือ
อีก 30 เปอร์เซ็นต์ ของฟอสฟอรัส
ในอาหารที่ไม่ถูกดูดซึม
ส่วนการควบคุมระดับ
ของฟอสฟอรัส นั้นจะทำ
โดยการขับออกทาง “ไต”
มากกว่าในรูปแบบของการดูดซึม

อาการ เมื่อผู้ป่วย โรคไต
ขาดฟอสฟอรัส และ มีมากเกินไป
จะแสดงอาการ เหล่านี้

1.กระดูกบางและเปราะ
2.อาการคันตามผิวหนัง
3.ภาวะต่อมพาราไทรอยด์โต
4.หลอดเลือดแดงแข็ง


“ผลลัพธ์ในภาพและวีดิโอเป็นประสบการณ์
เฉพาะบุคคลแต่ละคนอาจแตกต่างกัน”

=======================================

โซเดียม คืออะไร สำคัญกับ
ผู้ป่วย โรคไต อย่างไร?


“ผลลัพธ์ในภาพและวีดิโอเป็นประสบการณ์
เฉพาะบุคคลแต่ละคนอาจแตกต่างกัน”

เมื่อไตเสื่อม แล้ว ห้ามกินเค็ม !
จริงๆแล้ว กินเค็ม ไม่ใช่ แค่เกลือ 
หรือ น้ำปลา เท่านั้น เพราะจริง ๆ
ยังมีอีกตัวที่ให้ความเค็ม และต้องระวัง
เป็นอย่างยิ่ง นั่น คือ “โซเดียม”
ซึ่งมีอาหารอีกหลายชนิดที่
ไม่ได้มีรสเค็มมาก
แต่มีโซเดียมสูงมากๆเลยค่ะ

“โซเดียม” เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง
ที่ทำหน้าที่ ควบคุมความดันโลหิต
ให้ปกติ และช่วยปรับสมดุล
ของน้ำในร่างกาย 
และช่วยป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว


โซเดียม ร่างกายของเรา
ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เอง
ล้วนมาจากการที่เรา
ทานอาหารเข้าไปเท่านั้น

เมื่อเรานำโซเดียมเข้า
ร่างกายแล้ว
ก็ต้องมีการนำส่วนเกินออก
ซึ่งโดยปกติร่างกายเราจะขับโซเดียม
ออกได้ 3 ทาง ได้แก่
เหงื่อ ปัสสาวะ และ อุจจาระ

แต่เมื่อใด ที่ไตเราเสื่อม
ร่างกายของเรา ก็จะกำจัด
โซเดียม ออกได้น้อยลงกว่าปกติ
หรือ ไม่สามารถกำจัด
โซเดียม ที่เกินออกไปได้เลย

ค่าระดับโซเดียมในเลือด

โซเดียมปกติ :  คือ มี
ค่าอยู่ระหว่าง 135-145 mEq/L

โซเดียมต่ำ : คือ มีค่า
น้อยกว่า 135 mEq/L 
(จะทำให้ รู้สึกเพลีย ไม่มีแรง)

โซเดียมสูง : คือ มีค่า
มากกว่า 145 mEq/L

**ปริมาณที่ควรได้รับ คือ
ไม่เกิน 2,000 mg. ต่อวัน
(เฉลี่ย 3 มื้อ มื้อละประมาณ 600 mg.)


“ผลลัพธ์ในภาพและวีดิโอเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคลแต่ละคนอาจแตกต่างกัน”

ถ้าเราได้รับโซเดียมมากเกินไป
จะเป็นอย่างไร? 
ผู้ป่วย โรคไต จะมีอาการ ดังนี้

1. ความดันสูง
2. ตัวบวม
3. ร้ายแรงที่สุด คือน้ำท่วมปอด
จะทำให้มีอาการ
แน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้

แต่โซเดียม ก็ยังมีประโยชน์
เพราะถ้ามีน้อยเกินไปจะทำให้
รู้สึกเวียนหัว มือเท้าเย็น 
อ่อนเพลีย ชีพจรเต้นเร็ว
เวลายืนจะเป็นลม
เพราะฉนั้นแล้ว เราควรเลือกทาน
และคุมปริมาณโซเดียม
ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จะดีกว่า

และ โซเดียม ที่ว่า
มีอยู่ในไหนบ้าง ? มาดูกันค่ะ

1.กลุ่มอาหารแปรรูป แฮม ไส้กรอก
อาหารกระป๋อง กุนเชียง
อาหารหมักดอง อาหารแช่แข็ง 
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป


2.
เครื่องปรุงรสต่างๆ อาทิ
น้ำปลา เกลือ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว
กะปิ  ซุปก้อน  (*ควรหลีกเลี่ยงค่ะ)

3.วัตถุดิบตามธรรมชาติ เช่น
ปลา ไก่ เนื้อหมู  ผัก และผลไม้ ต่าง ๆ

4. สารปรุงแต่ง อาทิ ผงชูรส ผงฟู 
(*ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง)

=======================================

“นม” อีกหนึ่งเครื่องดื่ม
ที่มี ฟอสฟอรัสสูง
ผู้ป่วย โรคไต ควรเลี่ยง


“ผลลัพธ์ในภาพและวีดิโอเป็นประสบการณ์
เฉพาะบุคคลแต่ละคนอาจแตกต่างกัน”

กับคำถามยอดฮิต ที่ผู้ป่วย โรคไต
หลายคนสงสัยว่า
ไตเสื่อม แล้ว ดื่มนม ได้ไหม?

โดยปกติแล้ว ใน นม
ทุกประเภท จะมีปริมาณ
ฟอสฟอรัส และโปรตีนอยู่สูง

นอกจากนมแล้ว ยังมี
อาหารประเภทนม
และผลิตภัณฑ์จากนม

เช่น โยเกิร์ต ไอศครีม
เนย เค้ก ช๊อคโกแลต
ขนมเบเกอรี่ พาย ไข่แดง

และ รวมถึงเมล็ดพืชต่างๆ
ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากถั่ว
เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้  กาแฟ
ชา น้ำอัดลมสีเข้ม  และ เบียร์ เป็นต้น

ในน้ำนม 1 กล่อง (240 มิลลิลิตร)
มีโปรตีนคุณภาพดีประมาณ 8 กรัม
เท่ากับ เนื้อไก่หั่น  หรือ เนื้อหมู 2 ช้อนกินข้าว

ผู้ป่วยไตส่วนมากจำเป็นต้องจำกัดโปรตีน
เมื่อดื่มน้ำนมก็ต้องลดปริมาณเนื้อสัตว์
ที่ได้รับในวันนั้นลงด้วย

ด้วยรักและห่วงใย https://www.gel4kidney.com
ถ้าเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์
อ้อมฝาก กดแชร์ ไปยังคนที่
ท่านรักด้วยนะคะ อ้อม สารินี ขอขอบคุณค่ะ

======================

“เราเชื่อว่าสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากตัวคุณก่อน”

กดเพิ่มเพื่อน เพื่อปรึกษา และรับข้อมูลสุขภาพฟรี
ได้อัตโนมัติ ตามลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ

Line ID : @aomsarinee (มี @ ด้วยนะคะ)